The Recommended : แนะนำบทความที่น่าสนใจ
 คนที่ใช่ ?  ก็เป็นได้แค่เงา...   คุณที่(เคย)รัก . . .(Dear You)  อย่ารู้ใจ เมื่อสายเกินไป

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

คุณยังไม่ได้ Login เข้ามานะครับ

เนื้อคู่ กับ คู่ครอง ?



fwdmail

การที่คนเราจะมีวาสนาได้มาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอน เป็น "เนื้อคู่" "หนังคู่" "กระดูกคู่" ได้นั้นขึ้นอยู่กับกรรมที่บุคคลทั้งสองสร้างสมร่วมกันมา อาจจะมากกว่าหนึ่งภพหนึ่งชาติ บางคู่อาจสร้างสมร่วมกันมาหลายภพหลายชาติทีเดียว อย่างเช่นคู่ของ เจ้าชายสิทธัตะ กับพระนางพิมพา ยโสธรา เป็นต้น


ทั้งสองร่วมสร้างสมบุญบารมีร่วมกันมา ตราบจนกระทั่งฝ่ายชายสำเร็จมรรค ผล นิพพาน ตรัสรู้ธรรมเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ที่ ๔ ในภัทรกัปป์นี้ ฝ่ายหญิงเอง พอเจ้าชายหนีไปบวช ก็ไม่ได้คิดจะมีใหม่ หรือหาความสุขสำราญอย่างเคย รู้ว่าเจ้าชายลำบากอย่างไร ก็ทำตนให้ลำบากอย่างนั้น ตราบจนกระทั่งได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ และต่อมามีโอกาสได้บวชเป็นพระภิกษุณี ได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพเดียวกัน อย่างนี้เขาเรียกว่า "คู่บุญบารมี" อย่างแท้จริง


มีหลายคู่ทีเดียวที่รักกันปานจะกลืน บางคู่รักกันชอบกันมาตั้งแต่เด็กๆ หรือรักกันมากกว่า ๑๐ ปี แต่ก็ไม่มีวาสนาจะได้อยู่เป็นคู่ครอง ร่วมกัน อาจจะเป็นเพราะว่า ในชาติที่แล้ว เขาสร้างบุญร่วมกันมาน้อยมาก อย่างที่เพลงของชาย เมืองสิงห์ ร้องว่า "ชาติก่อนเราเพียงคู่เคียง เก็บดอกไม้ร่วมต้น แต่ว่าเราสองคน ไม่สนใจ ใสบาตรร่วมขัน " ครับ การที่มีจิตใจตรงกัน เก็บดอกไม้ต้นเดียวกันไปถวายพระ อานิสงส์ (ผลที่จะได้รับ) อันนี้ ส่งผลให้เพียงรักใคร่ชอบพอกันเท่านั้น ไม่มากพอที่จะเป็นคู่ครองกันได้ ถ้าจะให้มากพอที่จะเป็นคู่อยู่กินกัน อย่างน้อยจะต้อง "ตักบาตร (ใส่บาตร) ร่วมขัน" อย่างน้อย ๑ ครั้ง


และเมื่อเป็นคู่ครองกันแล้ว บางคู่อยู่กันไม่นาน ไม่ทันหม้อข้าวจะดำ (สมัยก่อนเขาใช้หม้อดินหุงซึ่งหม้อใหม่ หุงด้วยฟืนนาน ๆ เข้าถึงจะดำ) ก็เลิกราหย่าร้างกันแล้ว (บางคู่ก็ตายจากกัน) อันนี้อาจเป็นไปได้ว่า ตักบาตรร่วมกันมาน้อย หรือมิเช่นนั้น อาจจะไม่ได้สร้างอานิสงส์บุญบารมีอื่น อีก เช่น สร้างโบสถ สร้างวิหาร สร้างศาลาการเปรียญ หรือสาธาณประโยชน์แก่สังคมร่วมกันมา ดังนั้นทำให้ความรักและการครองคู่ จึงไม่ยั่งยืนมั่นคง พลัดพรากหรือตายจากไปในเวลาอันสั้น บางคู่ไม่ทันจะมีบุตรสืบสกุลด้วยซ้ำไป



มีมากมายหลายคู่ทีเดียว ที่เป็นเพียงแค่ "เนื้อคู่" แต่ไม่ได้เป็น "คู่ครอง" อันนี้หลายท่านอาจจะสงสัยล่ะซี เอ๊ะ มันยังไงกัน มีข้อแตกต่างด้วยหรือสำหรับคำสองคำนี้ ครับ แตกต่างกันมากทีเดียว คำว่า "เนื้อคู่ " นั้น หมายถึง คนสองคนไม่ว่าจะรักใคร่ชอบพอกันหรือเปล่า หากมีโอกาส มีเพศสัมพันธ์ ร่วมกัน อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เราจะจัดให้เป็นเนื้อคู่กันทันที

ความหมายมันก็บอกอยู่แล้ว ว่า เอาเนื้อมาคู่กัน มาเบียดกัน คนที่ไปเที่ยวผู้หญิง และมีเพศสัมพันธ์ ผมจัดให้เขาเจอเนื้อคู่ได้ในกรณีนี้ และผู้หญิงหากินที่รับแขกเป็นร้อยๆ พันๆ คู่ ก็จัดได้ว่ามีเนื้อคู่ เป็นร้อยๆ พันๆ เช่นกัน เรื่องการสมสู่กันจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของสัตว์โลกทั้งหลาย มันเป็นกรรมอย่างหนึ่งไม่มีใครอยากจะรับกรรมอันนี้หรอกครับ แต่มันหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น



อย่างชาติที่แล้ว คุณเกิดเป็นชายชาตรี เที่ยวสมสู่กับหญิงไม่เลือกหน้า ไม่ว่าลูกเขาเมียใคร หญิงดี หญิงเลว คุณก็ไม่ละเว้น กรรมอันนี้ นอกจากคุณจะต้องไปเกิด เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต อสุรกาย เดรัจจฉาน (โดยเฉพาะสุนัขตัวเมียที่สมสู่กับสุนัขตัวผู้ไม่เลือกหน้าในเดือนสิบสอง) แล้ว หากคุณมีบุญมากพอที่จะกลับมาเกิดเป็นคนได้อีก เศษกรรมของคุณ ก็จะตามคุณมาให้เกิดเป็นผู้หญิงสาธารณ์ หรือ เป็นหญิงที่ถูกผู้ชายลวงไปข่มขืน หรือเป็นหญิงที่อาภัพคู่ หาคู่เป็นตัวเป็นตนไม่ได้ ฯลฯ เชื่อหรือไม่ ลองพิจารณาดูนะครับ

สำหรับคำว่า "คู่ครอง" นั้น ก็คือเนื้อคู่ที่สร้างบุญร่วมกันมามากพอ คือมีวาสนาอยู่ร่วมกันแต่ปางก่อน ที่เรียกว่า "บุพเพสันนิวาส" ไม่ว่าจะแต่งงานอย่างออกหน้าออกตา หรืออยู่กันแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผยหรือที่สมัยก่อนเรียกว่า "วิวาห์เหาะ" ก็ตาม จัดเป็นคู่ครองทั้งนั้น ซึ่งคู่ครองอันนี้ บางรายก็อาจจะมีคู่ครองมากกว่า ๑ คน และบางรายก็จะหาคู่ครองเป็นตัวเป็นตนไม่ได้เลย กล่าวคือ เป็นแค่ Boy Friend & Girl Friend เท่านั้น ไม่ได้ครองรัก ครองเรือน ครองทุกข์ ครองสุข ครองทรัพย์สิน ฯลฯ ร่วมกัน

อ้อ คัดมาจาก สำนักโหร เล็กพลูโต นะ http://www.lekpluto.com

 

 



คิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด
โหวตให้คะแนนกระทู้ที่4130     [ ตอบ: 95 ]  [ อ่าน: 19284 ]  [ โหวต: 49 ]  [ Fwd: 0 ]   แจ้งลบกระทู้ที่ 4130  เก็บกระทู้ที่ 4130 ไว้ใน Favorite  แนะนำกระทู้ที่ 4130 ให้เพื่อนของคุณ พิมพ์กระทู้ที่ 4130
  
โดยคุณ นายยะ Mail to นายยะ  [ 1 พ.ค. 2549 - 10:24:44 ]




Error4